หมาแมวครองพื้นที่! ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตไม่หยุด ธุรกิจอาหารสัตว์แข่งเดือด

4 เม.ย. 2568 15:34:27
หมาแมวครองพื้นที่! ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตไม่หยุด ธุรกิจอาหารสัตว์แข่งเดือด
ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมบ้านหรือผู้คลายเหงาเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ได้รับความรัก และการดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ต่างจากมนุษย์ สอดคล้องกับแนวโน้มที่ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุด และกำลังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในวงการนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2568 ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 3.98 แสนตัน ขยายตัว 6% จากปีก่อน ตามจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น จำนวนสัตว์เลี้ยงของไทยยังมีแนวโน้มเติบโต โดยในปี 2568 คาดว่า สัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของมีอยู่ราว  5.38 ล้านตัว เพิ่มขึ้นราว 6% 
 
แบ่งเป็นสุนัข 3.45 ล้านตัว แมว 1.94 ล้านตัว 
ส่งผลให้ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า 76% จะอยู่ในกลุ่มอาหารสุนัข

แต่ในอนาคต คาดว่า สัดส่วนยอดขายอาหารแมวน่าจะเพิ่มขึ้น จากความนิยมเลี้ยงแมวที่มีมากขึ้น สะท้อนได้จาก ในช่วงปี 2564-2567 จำนวนแมวที่เลี้ยงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 28% ต่อปี เทียบกับอัตราการเติบโตของสุนัขเลี้ยงที่ 19% ต่อปี

โดย กรุงเทพฯ และปริมณฑล นับเป็นพื้นที่ศักยภาพของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากมีจำนวนสัตว์เลี้ยงมากที่สุด และผู้เลี้ยงมีกำลังซื้อ ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงอยู่ราว 3.1 แสนตัว คิดเป็น 6% ของจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมด และมีรายได้เฉลี่ยที่ 35,901 บาท/เดือน ซึ่งสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของคนทั้งประเทศที่ 29,030 บาท/เดือน

จึงคาดว่า มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศจะอยู่ที่ 46,000 ล้านบาท ในปี 2568 ขยายตัว 12% จากปีก่อน และกำไรของธุรกิจคาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้น สอดคล้องไปกับยอดขายที่โตต่อเนื่อง 



🐶🐱ธุรกิจอาหารสัตว์ แข่งกันดุเดือด

ในบรรดาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ทั้งในแง่ของการตลาดและการบริโภค อาหารสัตว์ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์เลี้ยง แต่ยังเป็นตัวชี้วัดสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี 

ดังนั้น ธุรกิจอาหารสัตว์จึงเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและมีการแข่งขันที่เข้มข้น หลายบริษัทต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่หลากหลาย โดยมีการออกแบบสูตรอาหารที่ตอบสนองความต้องการของสัตว์เลี้ยงในแต่ละสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เน้นเรื่องการเจริญเติบโต การดูแลสุขภาพ หรืออาหารสูตรพิเศษที่ช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งประเภทของอาหารสัตว์ออกเป็นหลายรูปแบบ เช่น อาหารเปียก อาหารแห้ง และขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งทั้งหมดนี้ ต่างมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ที่มีความใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

ในปี 2567 ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีอยู่ 317 ราย โดยมีจำนวนนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้น 36 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการนอกธุรกิจอื่นๆ อาทิ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที ฯลฯ ที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นด้วย และยังต้องเผชิญกับการแข่งขันกับอาหารสัตว์เลี้ยงนำเข้ามากขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีน ที่เป็นอันดับ 1 ความเสี่ยงและการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย

รวมถึง ต้นทุนการผลิตยังคงผันผวน โดยเฉพาะวัตถุดิบ อาทิ ปลาทูน่า ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 60% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ผลผลิตลดลงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการทางการค้าอื่นๆ ส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทย ไม่ว่าจะเป็น มาตรการ Farm to Fork ที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอน และการตรวจสอบย้อนกลับ การแข่งกันในธุรกิจอาหารสัตว์ในไทยนั้นเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวหลังจากวิกฤติโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ได้มากขึ้น 

บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ทั้งหลายจึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้
กลยุทธ์ที่สำคัญในปัจจุบันคือ การใช้สื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น การสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสัตว์เลี้ยง การใช้ influencers หรือ KOL (Key Opinion Leaders) ในวงการสัตว์เลี้ยงเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ รวมถึงการจัดโปรโมชันและลดราคาผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee หรือ Lazada ซึ่งทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถซื้ออาหารและสินค้าต่างๆ ได้สะดวกสบายมากขึ้น

นอกจากนั้นยังมีการเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความภักดีจากลูกค้า โดยผู้ผลิตมักจะใช้หลักการสร้างมาตรฐานคุณภาพ และมีการรับรองจากองค์กร ที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่ขายนั้นมีคุณภาพสูงและปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง



อนาคตของตลาดอาหารสัตว์ในไทย

จากภาพรวมที่กล่าวมา ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทย โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์ ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อไปในอนาคต เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความตระหนัก และใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น 

ทั้งนี้ คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดอาหารสัตว์ในไทยจะมีมูลค่าสูงขึ้น และจะมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในยุคดิจิทัล

สิ่งสำคัญคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแค่มีคุณภาพดี แต่ต้องใส่ใจในทุกๆ ด้านของการดูแลสัตว์เลี้ยง ทั้งในเรื่องของสุขภาพ การเสริมสร้างความสุข และการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งหากทำได้ดี ธุรกิจอาหารสัตว์จะยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
11 คน

taokaecafe.com มีการใช้คุกกี้ อ่านเพิ่มเติม